Occupie - The Management Tool For Coworking Spaces

Cities

ที่เก่า... เล่าใหม่

Coworking ที่ Coco

Nexudus - The white-lable management system for coworking spaces
Join the Global Coworking Survey Newsletter
Coworking Resources from A to Z
The Major Coworking Events 2017
ถ้าให้นึกภาพของ coworking space คนส่วนมากจะนึกถึงเมืองใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดลำ้สมัยของโลก อย่างนิวยอร์คและลอนดอน แต่เมื่อการทำงานแบบ coworking นั้นกระจายแผ่ตัวเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง ก็ได้กลายเป็นที่หมายตาของเมืองที่มีขนาดเล็ก สำหรับในอเมริกามิดเวสต์ หรือภาคตะวันตกตอนกลาง ก็เริ่มที่จะมี coworking space หน้าใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมกับการเจริญเติบโตของวงการเทคโนโลยีที่นี่ Coworking space อย่าง CoCo และ Platform 53 นั้น ก็เปิดมาเพื่อรองรับและช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดในมิดเวสต์ ด้วยการดีไซน์ coworking space จากการซ่อมแซมอาคารเก่าๆ ของเมือง

ในภาคตะวันตกตอนกลางของประเทศอเมริกา ตึกและอาคารเก่าๆที่เคยรุ่งเรืองในสมัย 1800 และ 1900 กำลังถูกดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็น coworking space และกำลังจะฟื้นคืนชีพกลับมาเป็นกำลังสำคัญเพื่อการคิดค้นใหม่ๆ และการเจริญเติบโตของภูมิภาค coworking space อย่าง CoCo ใน Twin Cities ที่ Minneapolis และ St Paul, MN รวมไปถึง Playfor 53 ใน Covington, Kentucky ถือว่าเป็นสอง coworking space ที่โดดเด่นที่สุดในมิดเวสต์ ทั้งสอง space นั้นได้บำรุง ซ่อมแซม และตกแต่งอาคารการค้าเก่า ให้กลายเป็นร้านค้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของการ coworking เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและคืนความมีชีวิตชีวาให้กับเมือง

การทำงานในรูปแบบปัจจุบันถือว่าอยู่ในยุคแห่งวิวัฒนาการ เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีกันอย่างแพร่หลาย ทำให้คนสามารถทำงานโดยไม่ต้องอยู่ในออฟฟิศได้ และนั่นก็ทำให้เกิดความหมายใหม่ๆ แก่ “สถานที่ทำงาน” ตามที่ Deskmag ได้ทำการศึกษาไว้ ตอนนี้เรามี coworking space ประมาณ 2,500 ที่ทั่วโลก space เหล่านี้มอบพื้นที่ทำงานให้แก่นักประกอบการที่ไม่มีออฟฟิศ “ตามธรรมเนียม” แต่เปิดโอการให้พวกเขาได้ออกจากบ้านและร้านกาแฟ เพื่อปฏิสัมพันธ์กับคนที่มีความคิดคล้ายๆ กัน

เทรนด์นี้ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในศูนย์กลางเทคโนโลยีที่อเมริกา เช่น San Francisco และ New York และตอนนี้ ก็ได้เริ่มขยายมาทางมิดเวสต์และในพื้นที่นอกเมืองทั่วประเทศ

ทุกครั้งที่เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอเมริกาก็จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เร็วและสำคัญของเมืองต่างๆ เมื่อศูนย์กลางเดิมย้ายที่หรือมีการเปลี่ยนพื้นที่อุตสาหกรรม ศูนย์กลางเศรษฐกิจเก่าๆ นั้นก็จะกลายเป็นเมืองร้างในที่สุด

เช่น เมื่อช่วงปี 1990 อุตสาหกรรมรถยนต์ย้ายออกจากมิดเวสต์ไปต่างประเทศ ทำให้มีคนเป็นหลายพันต้องตกงาน ปกติแล้วคนในอเมริการก็จะย้ายตามการเจริญของเศรษฐกิจ (อย่างในช่วงขุดทองที่แคลิฟอร์เนีย) แต่ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลดโอกาสการย้ายลง แทนที่จะทิ้งเมืองเดิมเพื่อไปหาความรุ่งเรืองที่อื่น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กก็เริ่มที่จะใช้อาคารเก่าๆ ในชุมชนในบรรยากาศแบบ coworking เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในเมืองที่เป็นบ้านของเขาเอง

:::

มิดเวสต์ - จาก “เมืองแห่งโรงสี” ถึง “เมืองแห่งเทคโนโลยีและ coworking”

Minneapolis และ St. Paul, Minnesota นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะ Twin Cities (เมืองแฝด) เพราะอยู่ติดกัน แต่ก็ทั้งสองก็มีความแตกต่างกันออกไป ในช่วงกลาง 1800 ทั้งสองเมืองเป็นศูนย์กลางโรงสีของอเมริกา เนื่องมาจากโลเคชั่นที่อยู่เคียงข้างกับแม่นำ้ Mississippi ทำให้ในช่วง 1880 มีคนเดินทางสัญจรผ่านทั้งสองเมืองนี้ถึง 8 ล้านคน และยังมีเที่ยวรถไฟถึง 150 เที่ยวต่อวันอีกด้วย

จำนวนผู้คนที่มากขึ้นก็นำมาซึ่งผู้ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยเพื่อช่วยขับเคลื่อนเมืองให้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาในยุคอุตสาหกรรม และด้วยการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใน 1960 และ 70 ทำให้เมืองทั้งสองนั้นมีจำนวนประชากรที่หดหายอย่างมากรวมไปถึงเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอยลง ระหว่างการเปลี่ยนแปลงนี้ (รวมไปถึงในช่วง 1940 ด้วย) อาคารเก่าๆ จำนวนมากถูกทุบลงซำ้แล้วซำ้เล่า ทิ้งไว้เหลือเพียงไม่กี่อาคารที่ยังคงเหลือถึงวันนี้ หนึ่งในอาคารที่รอดมาได้นั้นคืออาคาร Minneapolis Grain Exchange (MGEX) ที่ก่อสร้างเมื่อปี 1881 และตอนนี้ก็ได้เป็นบ้านให้แก่ CoCo Coworking และ collaborative space ในชั้นสี่ CoCo ถือว่าเป็นหนึ่งใน coworking space ที่โดดเด่นที่สุดในมิดเวสต์และส่งผลดีอย่างมากมายให้กับเมืองนี้

CoCo ก่อตั้งโดย Don Ball และ Kyle Coolbroth ในปี 2010 โดยมี Jeff Heegaard และ Roger Heegaard เข้ามาจอยทีหลัง พื้นที่ที่พวกเขาซ่อมแซมใหม่นั้นอยู่บนชั้น 4 ของ MGEX ที่มีเพดานสูงและสว่าง กระดานที่เคยเอาไว้ใช้เพื่อบอกราคาเมล็ดพืชก็ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมตั้งแต่วันสุดท้ายที่มันถูกใช้ นั่นก็คือ 19 ธันวาคม 2008 ถึงแม้ว่า MGEX ยังเปิดทำการอยู่บนชั้น 8 แต่ที่เหลือก็ถูกทิ้งไว้ให้ว่างเปล่า และในขณะที่เหล่าสมาชิก CoCo space ได้ประสบความสำเร็จในงานมากขึ้น พวกเขาก็เริ่มหาพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น และหนึ่งในที่แรกๆ ที่พวกเขานึกถึงก่อนใครเพื่อนก็คือชั้นที่เหลือในอาคารของ MGEX กลุ่ม startup ในนามว่า NativeX เพิ่งขยายพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อสร้างออฟฟิศของพวกเขาเอง พวกเขาเช่าและซ่อมแซม ตกแต่งอีกหนึ่งชั้นใน MGEX ถือว่าเป็นการต่อยอดการฟื้นฟูอาคารเก่าไปอีกด้วย

นอกจาก CoCo แล้ว ก็ยังมี Coworking space อื่นๆ ในละแวกนั้น อย่าง Birth Experts Loft ที่ต้อนรับเด็กๆ หรือ Joule ที่อยู่ในกลางเมือง Minneapolis เหล่า Coworking space นี้มีความตั้งใจที่จะขยายและโปรโมทการทำงานแบบ coworking ในละแวก Twin Cities

> หน้าถัดไป : Platform 53 และอนาคตของ coworking ในมิดเวสต์

Previous | 1 | 2 | Next
comments powered by Disqus
Coworking Resources from A to Z
Profitability of Coworking Spaces