Essensys

Tips

พักซะบ้าง-เพื่อตัวคุณเอง!

วิธีพักผ่อนของ coworkers ที่ co.up coworking space ในกรุง Berlin

Nexudus - The white-lable management system for coworking spaces
Habu Coworking Management Software
Interested in stats on coworking? Then come this way: CoworkingStats.Com
Coworking Resources from A to Z
The Global Coworking Survey Newsletter
The Profitability Of Coworking Spaces
ยิ่งใช้เวลาทำงานนานมากเท่าไหร่ ผลงานยิ่งออกมาดีจริงมั้ย? ไม่จริง! โล๊ะความเชื่อเก่าๆของคุณได้แล้ว เพราะว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยว่ามันไม่ได้อยู่ที่เวลาการทำงานที่ทำให้งานประสบความสำเร็จ มันคือคุณภาพของงานต่างหาก การใช้เวลาทำงานนานๆไม่ได้หมายความว่างานจะออกมาดีเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นงานที่ต้องใช้แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์และสมาธิสูง การหยุดพักเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แล้วคนที่ทำงานอิสระและ coworkers ที่สามารถเลือกเวลาและวิธีพักจากงานได้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้พวกเขาใช้มันคุ้มหรือเปล่า

ก่อนหน้านี้เราเคยเชื่อกันว่าสมาธิเป็นทรัพยากรจำกัด และยิ่งคุณจดจ่อกับงานเท่าไหร่ คุณจะยิ่งใช้สมาธิมากเท่านั้น แต่งานวิจัยเมื่อเร็วๆนี้แสดงให้เห็นว่าการที่เราผลิตปริมาณงานได้ลดลงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้สมาธิ’จนหมด’ แต่มันคือการที่จิตใจเริ่มชินกับงานตรงหน้าแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งก็คือปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราจดจ่อได้อย่างจำกัด...คุณแค่เลิกสนใจกับงานตรงหน้ามากกว่า ก็เหมือนที่ร่างกายเราไม่รู้สึกสัมผัสของเสื้อผ้าบนตัว จิตของเราจะใส่ใจกับงานที่กินเวลานานน้อยลงเพราะชินกับงานนั้นแล้ว

:::

ไปเดินเล่นซะหน่อย

นี่หมายความว่าการหยุดพักเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสมาธิให้แน่วแน่ และหากฝืนทำโดยไม่พักเลยไปเรื่อยๆก็จะยิ่งล้าและเคร่งเครียด ถ้าลองมองว่าการเพ่งสมาธิเป็นเหมือนมัดกล้าม การใช้กล้ามเนื้อนานๆติดต่อกันยังทำให้เมื่อยล้า และต้องใช้เวลาฟื้นตัวก่อนออกแรงต่อ

การหยุดพักไม่ได้สำคัญกับจิตใจเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการบาดเจ็บทางร่างกายด้วย โดยเฉพาะเมื่อ coworkers ส่วนมากต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เกือบทั้งวัน อาการบาดเจ็บทางร่างกายจากการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเลยเกิดขึ้นบ่อยจนเป็น เรื่องธรรมดาและไม่เคยพบในคนยุคก่อนหน้าพวกเรามาก่อน

ความเครียดไม่เคยถูกมองว่าเป็น ‘นักฆ่าเงียบ’ มาก่อน จนกระทั่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคทางกายภาพมากมาย แม้ว่าความเครียดจะเป็นสภาพทางจิตใจ แต่ก็มีผลกระทบทางกายภาพด้วย การทำงานเคร่งเครียดนานๆโดยไม่หยุดพักเลย ทำให้ความดันเลือดสูง, ความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น, ความแข็งแรงของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันลดลง

:::

อย่ารู้สึกผิด

การหยุดพักจากงานอาจดูเหมือนขี้เกียจ แต่จริงๆเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ชาร์จพลัง จะเดินแค่ 5 นาทีแถวๆ ที่ทำงาน, อ่านหนังสือเงียบๆ อีกห้องหรือกินอาหารกลางวันสบายๆ ที่ร้านอาหารใกล้ๆ แค่นี้ก็ช่วยพักสมองจากการเพ่งสมาธินานๆ แล้ว พอคุณกลับมาทำงานต่อ จะได้มีมุมมองใหม่กับงานและเห็นรายละเอียดบางอย่างที่ก่อนหน้านี้อาจมองข้าม ไป

:::

โอเค แล้วพักนานเท่าไหร่ดีล่ะ?

จริง อยู่ ถ้าคุณปล่อยใจเกินไปหน่อย การหยุดพักอาจกลายเป็นความขี้เกียจและผัดวันประกันพรุ่ง กาแฟแก้วหนึ่ง อาจกลายเป็น 2 หรือ 3 แก้ว โทรศัพท์ออก 1 ครั้งอาจทำให้โทรคุยต่ออีกหลายสาย ตราบใดที่คุณระมัดระวังการใช้เวลา คุณจะคิดได้เองว่าควรพักนานเท่าไหร่และบ่อยแค่ไหน แต่สำหรับใครที่คิดว่าตัวเองทำงานหนักไป ลองพักซัก 2-3 ครั้งทุกๆ 20 นาทีเป็นอย่างน้อยระหว่างการทำงานในแต่ละวัน อย่าใช้เวลาพักเพื่อทำธุระหรือกิจกรรมอื่นๆ เพราะการหยุดพักจริงๆ คือการได้พักผ่อนแบบเต็มที่

:::

ไม่ใช่แค่เรื่องกายและใจ

เนื่องจาก การพบปะพูดคุยเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของ coworking เพราะฉะนั้นการหยุดพักจึงเป็นโอกาสดีที่ coworkers จะได้เจอกัน สำหรับคนทำงานอิสระบางประเภทต้องนั่งทำงานแบบเหงาๆ เพราะการทำงานคนเดียวทำให้มีโอกาสติดต่อกับคนอื่นจำกัดและอยู่ไกลจากเพื่อน ร่วมงาน การหยุดพักทำให้ coworkers ได้พบปะกับคนอื่นบ้างและเป็นการสร้างบรรยากาศการเข้าสังคม นอกเหนือจากโอกาสทำความรู้จักกันอย่างใกล้ชิด coworkers ยังสามารถพบหนทางในการทำงานร่วมกับคนอื่นหรือได้ทรัพยากรใหม่ๆ จากคนอื่นๆ ด้วย ถ้ามองตามหลักการ การเข้าสังคมได้รวม “สติปัญญาต่างๆ ของมนุษย์ทั้งทางกายภาพ, ทางสังคม,ทางอารมณ์, ทางสร้างสรรค์หรือการจัดการ” ไว้ด้วยกัน กรณีศึกษาชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ในที่ทำงานกล่าวไว้ไม่นานมานี้

ผู้จัดการและผู้ดำเนินการ coworking space หลายคนเข้าใจความต้องการการเข้าสังคมของ coworkers ซึ่งเห็นได้จากการมีเล้านจ์, ร้านกาแฟ, ลานกว้างและ’บริเวณที่ส่งเสียงดังได้’ ใน coworking spaces หน่วยงานบางแห่งจัดกระทั่งงานพบเพื่อนใหม่, กิจกรรมเป็นกลุ่มและกิจกรรมทำความรู้จักเชื่อมโยงกัน เพื่อให้มีการปฏิสัมพันธ์มากกว่าเดิม

:::

เปลี่ยนแปลงบ้าง

ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าทำไมการหยุดพักถึงเป็นความคิดที่ดี และนี่คือคำแนะนำเล็กน้อยจากเรา ถ้าคุณเป็นพวกที่ชอบทำงานตลอดทั้งวันทำงาน สัปดาห์หน้าให้ลองพักเป็นระยะและสังเกตว่าระดับสมาธิและความเครียดว่าต่างไป หรือไม่

ออกไปข้างนอก: แม้ว่าจะดูไม่มีอะไร การได้ออกไปอยู่ในที่โล่งช่วยได้มากเรื่องการหมุนเวียนโลหิตและหายใจ ออกกำลังหาย ปั่นจักรยานรอบๆสวนสาธารณะใกล้ๆหรือแค่เดินเล่นแถวนั้นๆ นอกจากจะเป็นวิธียืดกล้ามเนื้อที่ดีแล้วยังได้สำรวจบริเวณรอบๆได้ด้วย

สูดลมหายใจแล้วทำสมาธิ: นี่ไม่ใช่สำหรับแค่โยคี แต่เทคนิคการหายใจและทำสมาธิ มีประโยชน์สำหรับการหมุนเวียนออกซิเจนและลดความเครียด

กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ: เตรียมของว่างหรือซื้ออะไรกินที่ร้านกาแฟ น้ำตาลที่ได้รับเพิ่มจะทำให้มีแรง การได้เจอเพื่อน ไม่ว่าจะโทรหาหรือนัดเพื่อน coworker ออกมานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแบบไม่มีเรื่องงานมาเอี่ยว

ดื่มน้ำ: เรารู้ว่าการดื่มกาแฟอึกๆหลายๆแก้วมันง่ายมาก แต่อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆด้วย น้ำเปล่าจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น

เล่นยูทูป: เป็นวิธีแบบเร่งรัดเมื่อไม่มีเวลาพักมากนัก ดูคลิปบนยูทูปที่ทำให้คุณหัวเราะอารมณ์ดีช่วยได้มากที่เดียว

อิสระอย่างหนึ่งของการทำงานอิสระก็คือ คุณสามารถตั้งกฎการทำงานว่าจะทำเมื่อไหร่และอย่างไรได้เอง ไม่ว่าจะชอบทำงานดึกดื่น เช้าตรู่ ในที่เงียบๆ หรือร้านกาแฟคึกคัก คุณเลือกได้เอง แล้วยังเลือกเวลาพักได้เองอีก ให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายและจิตใจของตัวเองก่อน พักบ้างระหว่างวัน เพื่อคุณจะได้สนุกกับวันทำงานได้อย่างเต็มที่!

comments powered by Disqus
Coworking Resources from A to Z
Profitability of Coworking Spaces